วันนี้วันเกิดใคร

วันนี้วันเกิดใคร

Thaksin

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม นั่นหมายถึง เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาสูงและต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ด้วยวิวัฒนาการที่ทำให้มนุษย์มีระดับสติปัญญาเหนือว่าสัตว์ชนิดอื่น ทุกวันนี้มนุษย์จึงครองโลก และยังถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ทรัพยากรของโลกมากที่สุดอีกด้วย แพร่พันธุ์ ขยายพันธุ์จนล้นโลก

ตอนนี้ประชากรโลก มีจำนวนประมาณ 6,680 ล้านคนเข้าไปแล้วครับ…

ลองนึกถึงสภาพสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่คืบคลาน ยั้วเยี้ย เต็มผืนโลก (พูดซะเห็นภาพสัตว์ประหลาด หรือหนอนแมลงเลยล่ะครับ)

ผมเคยคิดว่ามนุษย์คือภัยอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับโลก และทุกวันนี้ อย่างน้อย เรื่องภัยพิบัติโลกร้อน(Global warming) ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ความคิดนี้ เพราะโลกร้อนจากน้ำมือมนุษย์ทั้งนั้น และก็เป็นปัญหาที่พวกเราต้องช่วยกันแก้ไข

ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ ล้วนย่อมมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ตามธรรม

คนเรามักให้ความสำคัญกับอดีตจนลืมนึกถึงปัจจุบัน อาทิเช่น การนึกถึงความทรงจำฝังใจ เสียมากกว่าจะตั้งสติในการกระทำต่างๆสำหรับชีวิตประจำวัน บางเรื่องบางคนก็เก็บไว้ทุกข์เป็นสิบปียี่สิบปี ไม่ยอมลืม ทั้งที่การพ้นทุกข์อยู่ที่การปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดของเขาเท่านั้นเอง

วันนี้ ผมจึงมาเขียนถึงเรื่องที่คนให้ความสำคัญกับอดีตเรื่องหนึ่งเช่นกัน คือเรื่อง วันเกิดครับ

คนทุกคนมีวันเกิด และวันครบรอบเกิดได้แต่ละปี จะเรียกกันว่า วันคล้ายวันเกิด

ลองมาเฉลี่ยเท่าๆกันนะครับ จากจำนวนประชากรที่ได้เล่าไว้ ถ้าหากปีปีหนึ่งมี 365 วัน คิดว่า วันวันหนึ่งจะตรงกับวันคล้ายวันเกิดของคนเป็นเกือบยี่สิบล้านคนเลยทีเดียวครับ

มนุษย์เราชอบที่จะฉลองวันเกิดครับ…

•••

population-six-billion-1

วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้ ก็คงเป็นวันคล้ายวันเกิดของใครอีกหลายๆคน

เมื่อวานก่อน วันที่ 26 กรกฎาคม 2551 ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของใครหลายๆคน อย่างน้อย ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง…

วันคล้ายวันเกิด เป็นวันที่มนุษย์นึกเอาว่าเป็นวันสำคัญของแต่ละคน ในหลายคนที่คิดได้ ก็จะบอกว่า มันก็แค่วันวันหนึ่งเท่านั้นเอง คนดีดีหลายคนใช้วันนี้ในการเตือนตนเองถึงชีวิตที่เหลืออยู่ เตือนถึงการทำดี ถึงบุญคุณของบุพการีผู้ให้กำเนิด หาใช่ไปเที่ยวเล่น มอมเมา มัวเมาสุรา เหมือนวัยรุ่นในสมัยนี้หลายคน กับสังคมที่เสื่อมลง

กลับมากล่าวถึง วันคล้ายวันเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนั้น มีคนร่วมอวยพรทั้งบ้านทั้งเมือง บริวารลิ่วล้อเข้าพบเพื่อคารวะกราบกราน(เงินทองของ)ท่านท่านนั้น

สำหรับฝ่ายตรงกันข้ามก็อวยพรให้ท่านเช่นกัน…

บ้างอวยพรให้มีความสุขเท่าที่ได้ทำดีมา

บ้างอวยพรให้กฎแห่งกรรม แสดงผลเร็วขึ้น

บ้างอวยพรให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบ…

แม้แต่บนเวทีการชุมนุม… แกนนำกล่าวอวยพรวันเกิดให้ ทีละคน ทีละคน รวมทั้งมากล่าวถึงความสัมพันธ์ วันวานที่หวานชื่น พร้อมขอให้ได้ไปใช้ชีวิตบั้นปลายในสถานที่รื่นรมย์ นามว่า คุก

ก็ยังเรียกได้ว่ามีคนอวยพรกันทั้งบ้านทั้งเมืองจริงๆ

•••

วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้ ก็เป็น วันเกิดน้องชายผมเองครับ เป็นชายหนุ่มอายุ 17 ปีเสียแล้ว

ธรรมเนียมประจำครอบครัว ที่มีขึ้นทุกวันเกิด ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดใครก็ตามในบ้าน คือการมาประชุม เพื่อกล่าวความในใจที่มีต่อกัน

บ้านนี้ไม่มีเค้กวันเกิด เพียงได้รับประทานอาหารร่วมกันบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการกล่าวอะไรด้วยกันในวันเกิดนี่เอง

ในภายหลัง เมื่อลูกๆทุกคนโตขึ้น และกระจัดกระจายอยู่กันคนละที่ แม้ไม่ได้พบหน้ากัน ก็ใช้วิธีโทรศัพท์ประชุมกันข้ามจังหวัด ข้ามประเทศกันเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งถือเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

“เนื่องในโอกาสวันเกิดของเกน ขอให้เกนตั้งมั่นในความไม่ประมาท และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น” ส่วนหนึ่งของคำพูดผมผ่านโทรศัพท์

“ขอให้เกนตั้งใจ เพราะอยู่ มอหกแล้ว และมีจุดมุ่งหมายที่จะต้องก้าวหน้าต่อไป” กลางพูด

“สิบเจ็ดปีของชีวิต เกนเป็นความภาคภูมิใจของแม่ รวมถึงตัวลูกๆทุกคน คอยทำให้ชีวิตของแม่มีความสุขเสมอ” คุณแม่กล่าว

“ขอให้ขยันหมั่นเพียร เอาชนะใจตนเอง หมั่นฝึกฝนฝึกปรือ” คุณพ่อกล่าว

เกนดีใจมาก ที่บ้านเรา ทุกวันเกิด จะมีการพูดคุยกันเช่นนี้ เป็นการแสดงความรักที่ดี… น้องชายคนสุดท้อง เจ้าของวันเกิดกล่าวปิดท้าย

ต่อไป ไม่ว่าวันเกิดใคร แม้ว่าจะนั่งอยู่ในส้วมก็ตาม สงสัยคงต้องโทรคุยกัน อย่างนี้ตลอดไปแน่ๆ ผมเสริม ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนมาทางโทรศัพท์

•••

มีวันเกิด ก็ย่อมมีวันดับ ทุกคนล้วนไม่พ้นความตาย หากแต่ว่าในช่วงที่มีชีวิตอยู่ได้ทำอะไรไว้บ้าง

ชีวิตหนึ่งกว่าจะได้เกิดมานั้นยากเย็น จะเพียงแค่สูบอากาศหายใจไปวันวันก็ใช่ที่

วันนี้ ผู้อ่านคิดหรือยังครับ ว่าเกิดมาเพื่ออะไร ทำอะไร อยู่ไปทำไม? เตือนตนเองถึงภารกิจในชีวิตนี้

อย่างน้อย อย่ามีชีวิตอยู่ด้วยการทำเลว จนคนสาปแช่งไปทั่วปฐพี และจะถูกตัดสินจำคุกในเร็วๆนี้ละกันครับ

หลับเถิดข้ารับใช้ฟ้า ปวงประชาธิปตาย

หลับเถิดข้ารับใช้ฟ้า ปวงประชาธิปตาย

 

 

3974857low

 

 

 

ขึ้นหัวข้อมาเช่นนี้ ย่อมมีความหมาย…

จะว่าไป ข้าพเจ้ายอมรับว่า หัวข้อเรื่องวันนี้ เลียนแบบมาจากคำพูดบนเวทีชุมนุม ที่ว่า หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มภัย เป็นการเหน็บแนมเหล่าทหาร ที่ยินยอมให้รัฐบาลทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ แม้ว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นจะหมิ่นเหม่ต่อการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังที่ผ่านมา ตั้งแต่เรื่องคุณจักรภพ, ขบวนการโจมตีสถาบัน ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ-เว็บไซต์โจมตีราชวงศ์-รัฐบาลปกป้องผู้โจมตีสถาบัน ฯลฯ

                คิดว่าคำพูดบนเวที คงเสียดแทงเข้าไปในใจดำของทหารจำนวนมาก โดยเฉพาะในทหารระดับล่าง ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ทำอะไรไม่ได้มาก ต้องเชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาเป็นหลัก

คำพูดเดียวกันนี้ยังสะเทือนใจประชาชนจำนวนมาก ที่ส่วนหนึ่งล้วนมาชุมนุมกันเพื่อขับไล่รัฐบาลที่ไร้ความชอบธรรมในการบริหารประเทศ

สะเทือนใจ ในความพินาศย่อยยับของประเทศไทย

 

เพราะว่ารัฐบาลอ้างเสียงประชาชนจำนวนมากที่เลือกเข้ามา โดยไม่สนใจประชาชนจำนวนมากที่ไม่ชอบใจรัฐบาลเช่นกัน

                กลับมาดูชื่อเรื่องของข้าพเจ้านี้ แม้จะเลียนแบบมา กลับเป็นคนล่ะความหมาย

เป็นความหมายโดยรวมของปัญหาประเทศชาติทุกวันนี้

ทุกวันนี้ ปัญหาของประเทศชาติ ที่มีมากมายมหาศาลนั้น ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข ฯลฯ กลับไม่ได้มีครั้งใดที่ร้ายแรงถึงเพียงนี้อีกแล้ว

เพราะ มิใช่เพียงแค่เรื่องของการทุจริตมหาศาล อีกต่อไปแล้ว

                มิใช่เพียงแค่เรื่องของนอมินี ที่ใช้อำนาจล้นฟ้าเพื่อพวกพ้อง

                มิใช่แค่เรื่องโจมตีสถาบันสูงสุด เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ยุทธการพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน

                แต่กลายเป็นเรื่องที่หนักกว่านั้น คือ การเสียแผ่นดิน

นำไปสู่การ การสูญเสียอธิปไตย

 

1658692_GpQL2r1Ko54043

               

ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ปี2475 ถามว่า มีครั้งใดที่ประเทศไทยเสียแผ่นดินบ้างหรือไม่…

                มีครั้งใดที่สูญเสียชิ้นส่วน ของด้ามขวานทองคำแห่งนี้หรือไม่…

                ครั้งนี้ กับเรื่องที่ถือว่าร้อนแรง ร้ายกาจ ที่สุดในตอนนี้ ปราสาทพระวิหาร จึงเป็นเรื่องพิสูจน์ชัดเจนตอบข้อสงสัยว่า รัฐบาลไทยยอมเสียตัว ประสาทพระวิหาร ให้เป็นของกัมพูชา เพื่ออดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะเข้าไปลงทุนธุรกิจ และประโยชน์มหาศาลในประเทศแห่งนั้น ใช่หรือไม่?

                โดยมีผู้จัดการเบ็ดเสร็จ คือ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ที่เป็นทนายความหน้าหอของอดีตนายกรัฐมนตรีคนนั้น นั่นเอง ร่วมมือกับอีกหลายฝ่าย จนจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเบ็ดเสร็จ เขมรไชโย?

                ประชาชนไทย คนเฒ่า คนแก่ น้ำตานองกันทั้งประเทศ รัฐบาลนี้ทำสิ่งนี้เพื่อใคร ประชาชนไม่เคยได้มีฉันทามติให้ยกปราสาทพระวิหาร ไปเป็นของกัมพูชาเลยแม้แต่น้อย

คุณย่าของข้าพเจ้ายังจำได้ดีกับ ถ้อยคำแถลงของ อดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นถึงจอมพล สมัยสี่สิบห้าสิบปีก่อน แถลงด้วยความเจ็บช้ำ น้ำตาตกใน ถึงกรณีคำตัดสินของศาลโลก ที่ประชาชนชาวไทยไม่เคยยอมรับ ว่าเราสูญเสียปราสาทแห่งนี้ ให้แก่ผู้ใด และทางขึ้นปราสาทก็อยู่ในฝั่งไทย จะมาแอบอ้างว่าปราสาทเป็นของผู้อื่นได้อย่างไร

ข้ออ้างจำนวนมากที่รัฐบาลใช้ ว่าไทยไม่เสียดินแดน ไทยไม่เสียประโยชน์ กลับฟังไม่ขึ้นเลย ในสายตาประชาชน

เพราะเรื่องนี้ ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ถือว่าเสียชาติ เสียแผ่นดิน

จะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างชาติเลยทีเดียว

บนผืนแผ่นดินที่บรรพบุรุษ ของพวกเรา นับพันปี ได้ต่อสู้กันมาเพื่อให้เรามีประเทศไทยทุกวันนี้

เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย เพลงชาติที่ต่อไปเราจะร้องได้ไม่เต็มปากอีกแล้ว

ประโยชน์ของคนเพียงไม่กี่คน กับความสูญเสียของคนทั้งชาติ

แล้วเราจะมีหน้าบอกลูกหลานไทยต่อไปได้อย่างไร ว่าเราไม่เคยเสียเอกราช เสียแผ่นดิน

 

มาพูดถึงเรื่องการสูญเสียอธิปไตย

อำนาจอธิปไตย หมายถึงอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ และเป็นอำนาจทางกฎหมายที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไว้คอยบังคับประชาชนให้กระทำ หรืองดเว้นการกระทำสิ่งใด

                อำนาจสูงสุดของระบอบประชาธิปไตย ก็คือ อำนาจที่มาจากปวงชน

                แต่ประชาธิปไตยไทยแบบปลอมๆ ที่ยังขึ้นอยู่กับอำนาจทุน ซื้อเสียงเบ็ดเสร็จได้นั้น จึงทำให้อธิปไตยของประเทศนี้ ขึ้นอยู่กับนักลากตั้ง ที่มีเงินมาก ก็ซื้อเสียงมาลงคะแนนหย่อนบัตร แล้วเข้าไปกอบโกยในสภา

                แม้ว่าของเราจะพยายามเลียนแบบฝรั่ง คือจะพยายามแบ่งอำนาจเป็น อำนาจรัฐ-ฝ่ายบริหาร อำนาจการออกกฎหมาย-นิติบัญญัติ และ อำนาจศาล-ฝ่ายตุลาการ ก็ตาม

                แต่อำนาจรัฐ และอำนาจนิติบัญญัติ ถูกซื้อได้ด้วยอำนาจทุนจนหมดเสียสิ้นแล้ว

การค้ำยันอำนาจทุกวันนี้ เลยกลายเป็นเรื่องการฝากความหวังไว้ที่ฝ่ายตุลาการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งก็ยังมีความเชื่อกันว่า บางส่วนซื้อได้… เช่นกัน พวกชนชั้นกลางก็รอลุ้นถึงความยุติธรรมภายใต้ ฟ้า เมืองไทย

                การเสียปราสาทพระวิหาร ครั้งล่าสุดนี้ ยิ่งตอกย้ำการสูญเสียอธิปไตย

                เพราะแม้แต่อำนาจทุนที่ผ่านมาทั้งหลายทั้งปวง ต่างไม่มีกล้าก้าวล่วงไปถึงเรื่องการเฉือนแผ่นดิน แลกประโยชน์กับกลุ่มทุน

                ครั้งนี้ จึงถือว่าหนักหนาสาหัสมาก

                ล่าสุดข้าพเจ้าจึงขอชื่นชม และสรรเสริญเป็นอย่างยิ่งกับกรณี ข้าราชการท่านหนึ่ง คือ ท่านพลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ที่ออกมาเรียกร้องทหารออกมาร่วมชุมนุม ปกป้องพระมหากษัตริย์ จากการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเรื่องที่ท่านเคยทำหนังสือคัดค้านเรื่องขึ้นทะเบียนพระวิหาร

                ถ้าพูดโดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ฝักใฝ่ รักในหลวง ถือว่า นี่คืออีกหนึ่งทหารของพระราชา

                ดังนั้น รัฐบาลยิ่งต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ มิใช่เพียงถือว่าเสียงในสภาเยอะกว่า จะยกปราสาทให้ใครก็ได้

 

ก็ขอทิ้งท้าย ว่า…

ถ้า ข้าราชการทุกฝ่าย ทุกเหล่า ข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าของแผ่นดิน ยังยอมเรื่องนี้กันอยู่ได้

ก็ควรยกประเทศนี้ให้เป็นของ คนที่ได้ประโยชน์จากการเฉือนแผ่นดินครั้งนี้เลย ไม่ดีกว่าหรือ

ตอกปิดฝาโลงศพประเทศไทย

บนน้ำตา เลือดเนื้อ ของประชาชน

ประชาธิปตาย…